วันพุธที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2555

กิจกรรมที่9


การจัดการห้องเรียนที่ดี

            ในการจัดห้องเรียนที่ดี คือการจัดสภาพห้องเรียน เป็นการจัดตกแต่งห้องเรียน ให้มีบรรยากาศที่น่าเรียนเพื่อที่จะส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน นอกเหนือจากความหมายการจัดการห้องเรียนแล้ว ครูยังเป็นผู้ดำเนินการในการจัดการคือครูต้องสร้างกิจกรรมทุกอย่างที่ครูทำเพื่อจะช่วยให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สถานที่นั่งเรียนจะต้องมีอากาศที่ปลอดโปร่งถ่ายเทได้อย่างสะดวก ไม่มีสิ่งภายนอกมารบกวนระหว่างทำการเรียนการสอน มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่ในการสอนเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์

 การจัดโต๊ะครู


1. ให้อยู่ในจุดที่เหมาะสม อาจจัดไว้หน้าห้อง ข้างห้อง หรือหลังห้องก็ได้ งานวิจัยบางเรื่องเสนอแนะให้จัดโต๊ะครูไว้ด้านหลังห้องเพื่อให้มองเห็นนักเรียนได้อย่างทั่วถึง อย่างไรก็ตาม การจัดโต๊ะครูนั้นขึ้นอยู่กับรูปแบบการจัดที่นั่งของนักเรียนด้วย
2. ให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้งบนโต๊ะและในลิ้นชักโต๊ะ เพื่อสะดวกต่อการทำงานของครู และการวางสมุดงานของนักเรียน ตลอดจนเพื่อปลูกฝังลักษณะนิสัยความเป็นระเบียบเรียบร้อยแก่นักเรียน



กิจกรรมที่8


ครูมืออาชีพในอุดมคติ

               ครูในอุดมคติของข้าพเจ้า คือ ต้องให้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น โดยยินดีรับฟังความคิดเห็นของนักเรียนอย่างจริงใจและจริงจัง ต้องมีการแต่งกายสุภาพ  ใจดี มีการเตรียมตัวทุกครั้งที่จะสอนและมีความรู้ในเนื้อหาที่จะสอนอย่างชัดเจนแม่นยำ เป็นคนร่าเริงและเป็นกันเองกับลูกศิษย์  และมีการเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ที่ทำให้เด็กได้คิด มีการลงมีปฏิบัติกิจกรรมเพื่อสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองและครูมืออาชีพจึงต้องมีความสามารถ

วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2555

กิจกรรมทดรมทดสอบกลางภาค

บทความเรื่อง ความเป็นครูของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของ ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล วารสาน ทักษิน

1. ข้อสรุปที่ได้จากบทความ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน ความเป็นครูของพระองค์ท่านคือ ทรงทำให้ดู เป็นครูที่พยายามที่จะจูงใจนักเรียนให้มาสนใจ พยายามสอนให้นักเรียนรู้ให้นักเรียนเข้าใจ และเมื่อจะสอนให้คนดี ครูต้องดีก่อน จะสอนให้เด็กทำอะไรครูต้องเป็นอย่างนั้นก่อน การเรียนไม่ใช่เรียนในเฉพาะห้องเรียนเท่านั้นแต่บางอย่างเราต้องเรียนรู้ด้วยสถานการณ์จริงด้วย และพระองค์ท่านยังทรงสอนให้เคารพคน ให้รู้จักคน ให้เข้าใจคน ให้ รู้ รัก สามัคคี ปรองดองกัน
2. ถ้าท่านเป็นครูผู้สอนท่านจะนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์กับการเรียนการสอนได้อย่างไร
ข้าพเจ้าจะนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอน คือข้าพเจ้าจะนำแนวทางการสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปใช้ โดยในการจัดการเรียนการสอนแต่ละครั้ง ข้าพเจ้าจะทำให้นักเรียนดูก่อน เพื่อที่จะจูงใจให้นักเรียนสนใจ พยายามสอนให้นักเรียนเข้าใจ จะสอนในด้านคุณธรรม จริยธรรมด้วย และข้าพเจ้าจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักเรียนด้วย

3. ในฐานะที่นักศึกษาจะเป็นครูในอนาคตจะออกแบบการเรียนการสอนที่ที่จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ได้อย่างไร   
 ข้าพเจ้า จะเริ่มต้นจากการเสริมสร้างผู้เรียนให้มีการเรียนรู้วิชาการและทักษะต่างๆที่จำเป็น เพื่อให้สามารถรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆและอยู่อย่างเศรษฐกิจพอเพียงได้ พร้อมทั้งเสริมสร้างคุณธรรม จนมีความเข้าใจและตระหนักถึงคุณค่าของการอยู่ร่วมกันของคนในสังคม





บทความที่ 3
วิถีแห่งสตีฟ จ๊อบส์     THE STEVE JOBS WAY
    

1.ข้อสรุปที่ได้จากบทความ
      สตีฟ จ๊อบส์ คือ คนที่การศึกษาอย่างเป็นทางการไม่สูงนักแต่ฉลาดและน่าสนใจเขาได้คิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สร้างขึ้นจากมันสมองอัญชาญฉลาดของเขาสิ่งที่สร้างนั้นก็ไม่ได้เกิดขึ้นมาจากปาฏิหาริย์ แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาจากมันสมองและสองมือของมนุษย์ที่ผ่านกระบวนการฝึก ศึกษา พัฒนา และใช้ปัญญา” กว่าเขาจะมาถึงวันนี้เข้าต้องฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆๆมากมายแต่ก็สามารถพ้นผ่านมาได้จนได้ จนกลายเป็นผู้คิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆอย่างคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน
2.ถ้าท่านเป็นครูผู้สอนท่านจะนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์กับการเรียนการสอนได้อย่างไร
จะนำความรู้ที่มีทั้งหมดนำไปถ่ายทอดให้แก่ลูกศิษย์โดยที่จะไม่หวงวิชา โดยใช้การสอนที่ทำให้นักเรียนทุกคนแสดงความสามารถของแต่ละคนออกมาให้ดีที่สุดและทำให้เขารู้ว่าเขามีความถนัดด้านใดก่อนที่จะสอนจะสอบถามถึงความถนัดในวิชาที่เรียนและนักเรียนเสนอแนวคิดและสิ่งที่จะเรียนที่แตกต่างกันออกไปแล้วนำมาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน เปิดโอกาสให้นักเรียนทึกคนได้มีส่วนร่วมในการเรียนการสอนอย่างเต็มที่
3. ในฐานะที่นักศึกษาจะเป็นครูในอนาคตจะออกแบบการเรียนการสอนที่ที่จะนำแนวคิดนี้ไปใช้ได้อย่างไร
   ในอนาคตข้าพเจ้าจะเป็นครูผู้สอน และจะนำแนวคิดของบทความนี้ไปใช้ในการออกแบบการสอนโดย ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างเข้าใจ สามารถนำไปใช้ได้จริงจะมีการจัดกิจกรรมกิจกรรมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้มากที่สุด 

วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

กิจกรรมที่7

สอนสังคมแบบ โยนิโสมนสิการ
 อาจารย์ผู้สอน อ.สิริมา กลิ่นกุหลาบ
สอนระดับชั้น .
สอนเรื่อง  คุณ โทษ และทางออกของปัญหา  เพื่อให้นักเรียนรู้จักการแก้ปัญหา
เนื้อหาที่สอน
๑. การสร้างศรัทธาโดยการร้องเพลงดอกไม้บาน
๒. ให้เด็กทำดอกไม้แห่งความดี เด็กเกิดความภูมิใจที่ทำความดีและได้รับคำชมเชยจากเพื่อนร่วมชั้น
๓. เด็กรู้จักคิดด้านบวกและลบ โดยการสร้างสถานการณ์ให้เด็กรู้จักคิดเพิ่มมากขึ้นและรู้จักวิธีแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้
.การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
.การคิดไตร่ตรองก่อนการแก้ปัญหา
.ปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมไทยเรา
 กิจกรรมด้านการสอน
-ด้านสติปัญญา มีการกระตุ้นสติปัญญาของเด็กให้เด็กรู้จักคิด กล้าที่จะแสดงออก
-ด้านอารมณ์มีการกระตุ้นให้เด็กมีอารมณ์ร่วมในการเรียนรู้ สนใจการเรียน
-ด้านคุณธรรมจริยธรรม สอนให้เด็กรู้จักช่วยเหลือสังคม เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม
บรรยากาศการจัดห้องเรียน
นักเรียนมีความกระตือรือร้นในการเรียน  มีความกล้าแสดงออก  สีหน้าของนักเรียนแสดงถึงความรู้สึกมีความสุขในการเรียนครูไม่กดดันนักเรียน  ให้นักเรียนมีอิสระในการเรียน

วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

กิจกรรมที่5

ครูที่ฉันชอบ
ประวัติส่วนตัว                                                                                                                           
 ชื่อ นายเชาวรัตน์      รักษาพล
นามแฝง/นามปากกา ครูเชาว์ เขาทะลุ
เกิดวันอังคารที่ 9 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2509 ปีมะเมีย อายุ 43 ปี
อยู่บ้านเลขที่ 48 ม.1 บ้านคลองขุด ต.หูล่อง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช 
คติชีวิต สังคมดีไม่มีขาย อยากได้ต้องช่วยกันทำ อยากให้สังคมดี มีเงินช่วยเงิน
มีแรงช่วยแรง ไม่มีเงินไม่มีแรง ช่วยให้กำลังใจ
ปรัชญาชีวิต สืบสาน เจตนารมณ์ อุดมการณ์ ของบรรพบุรุษ
- คติชีวิต สังคมดีไม่มีขาย อยากได้ต้องช่วยกันทำ อยากให้สังคมดี มีเงินช่วยเงิน
มีแรงช่วยแรง ไม่มีเงินไม่มีแรง ช่วยให้กำลังใจ
- ปรัชญาชีวิต สืบสาน เจตนารมณ์ อุดมการณ์ ของบรรพบุรุษ
ประวัติการศึกษา
ระดับประถมศึกษา จบ ป.4 จากโรงเรียนเทศบาลวัดศรีสมบูรณ์ อ.ปากพนัง จ.นครฯ (ปี 2520)
ระดับประถมศึกษา จบ ป.6 จากโรงเรียนเทศบาลวัดนาควารี อ.ปากพนัง จ.นครฯ (ปี 2522)
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จบ ม.3 จากโรงเรียนปากพนัง อ.ปากพนัง จ.นครฯ (ปี 2525)
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จบ ม.6 จากโรงเรียนจรัสพิชากร อ.เมือง จ.นครฯ (ปี 2528)
ระดับปริญญาตรี คณะครุศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาเอกสุขศึกษา วิชาโทเทคโนโลยีทางการศึกษา(ปี 2531)
- คติชีวิต สังคมดีไม่มีขาย อยากได้ต้องช่วยกันทำ อยากให้สังคมดี มีเงินช่วยเงิน
มีแรงช่วยแรง ไม่มีเงินไม่มีแรง ช่วยให้กำลังใจ
- ปรัชญาชีวิต สืบสาน เจตนารมณ์ อุดมการณ์ ของบรรพบุรุษ
ประวัติการทำงาน
ลำดับที่ 1.พ.ศ.2531 ตำแหน่ง ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์สยามกีฬา หน่วยสังกัดมวยสยามภาคใต้
ลำดับที่ 2.พ.ศ.2536 ตำแหน่ง ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน จังหวัดนครศรีธรรมราช
ลำดับที่ 3.พ.ศ.2542 ตำแหน่ง นักจัดรายการวิทยุ โทรทัศน์ เวทีคอนเสิร์ตครูเชาว์โชว์
ผลงานที่ข้าพเจ้าชื่นชอบ1.ผู้สื่อข่าวดีเด่นของหนังสือพิมพ์สยามกีฬา รับรางวัลจากนายกสมาคมสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย
2.ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียนดีเด่น
3.นักจัดรายการวิทยุดีเด่น (ด้านการใช้ภาษาถิ่น) ของจังหวัดนครศรีธรรมราช
สิ่งที่จะนำมาพัฒนาตนเอง1. จะเป็นคนที่ใฝ่รู้
2. จะเป็นคนที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม
3.  มีจิตอาสาทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม
 

วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2555

กิจกรรมที่ 4

สรุป เรื่อง การทำงานเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพ
การทำงานเป็นทีม  การทำงานให้สำเร็จขึ้นอยู่กับความสามารถสองอย่างเป็นสำคัญ    คือสามารถในการใช้วิชาความรู้อย่างหนึ่ง  สามารถในการประสานสัมพันธ์กับผู้อื่นอีกอย่างหนึ่ง  ทั้งสองประการนี้ต้องดำเนินคู่กันไป  และจำเป็นต้องกระทำด้วยความสุจริตกาย  สุจริตใจ  ด้วยความคิด  ความเห็นที่เป็นอิสระ  ปราศจากอคติ  และด้วยความถูกต้อง   ตามเหตุตามผลด้วย  จึงจะช่วยให้งานบรรลุจุดหมายและประโยชน์ที่พึงประสงค์โดยครบถ้วน    
ทีม (Team)หมายถึง  การที่บุคคล  2  คน  ขึ้นไป  มาทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายเดียวกันอย่างมีประสิทธิภาพและผู้ปฏิบัติต่างเกิดความพอใจในการปฏิบัติต่อกันและกัน     ผลงานที่ได้มาจากการร่วมแรงร่วมใจกันของสมาชิกในทีมที่มีประสิทธิภาพ  บรรยากาศใน -ทีมงานสมาชิกจะมีความรู้สึกมีความสุขสนุกสนาน และรู้สึกว่าตนเองก้าวหน้าประสบความสำเร็จ
            ความสำคัญของทีม
การสร้างทีมงานและการพัฒนาองค์กรนั้นเป็นกิจกรรมที่ดีที่สุด  การทำงานเป็นทีม  จะเป็นประโยชน์สูงสุดขององค์กร    และมีโอกาสประสบผลสำเร็จมากกว่าการทำงานคนเดียวแต่การสร้างทีมงานนั้นต้องใช้ เวลา ในการพัฒนาบุคคล  และพัฒนาทีมงานพอสมควร จึงจะเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพ

1.       แนวคิดหลักการทำงานเป็นทีม เป็นอย่างไร     

 1.ทำความเข้าใจอย่างชัดเจนในเหตุผลสำหรับการตัดสินใจ
2. วิเคราะห์ลักษณะของปัญหาที่จะตัดสินใจ
3. ตรวจสอบทางเลือกต่างๆ ในการแก้ปัญหาโดยพิจารณาถึงผลที่อาจเกิดตามมาด้วย
4. การนำเอาผลการตัดสินใจไปปฏิบัติ
6. ภาวะผู้นำที่เหมาะสม ผู้นำ หรือ หัวหน้าทีมควรทำหน้าที่เป็นผู้ชี้แนะประเด็นที่สำคัญในการทำงานตามบทบาทของผู้นำ 
7. การตรวจสอบทบทวนผลงานและวิธีในการทำงาน ทีมงานที่ดีไม่เพียงแต่ดูจากลักษณะของทีม และบทบาทที่มีอยู่ในองค์กรเท่านั้น 
8. การพัฒนาตนเอง การทำงานเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพพยายามที่จะรวบรวมทักษะต่างๆของแต่ละคน การพัฒนาบุคลากรในองค์การมักจะมองในเรื่องทักษะและความรู้ที่แต่ละคนมีอยู่แล้ว ก็ทำการฝึกอบรมเพื่อปรับปรุงพัฒนาคนให้มีความสามารถสูงขึ้น อันจะมีผลดีในการทำงานให้ดีขึ้น


2.
นักศึกษาจะมีวิธีการทำงานเป็นทีมให้มีประสิทธิภาพทำอย่างไร ยกตัวอย่างประกอบ
การทำงานเป็นทีมให้มีประสิทธิภาพนั้น ต้อง
-   เข้าใจวัตถุประสงค์และเป้าหมายงานที่ชัดเจน
-  เปิดเผย จริงใจ ยอมรับ และรับฟัง
ร่วมมือกัน ใช้ความขัดแย้งในเชิงสร้างสรรค์
ทบทวนการปฏิบัติงานและตื่นตัวตลอดเวลา
-  มีการพัฒนาตนเอง
-รู้จักตนเองและรู้จักผู้อื่น เข้าใจเพื่อนร่วมงาน และสามารถร่วมกลุ่มกันได้เป็นอย่างดี
       และต้องทำงานอย่างมีลำดับขั้นตอนในการทำงาน คือ วิเคราะห์งาน กำหนดเป้าหมายร่วมกัน วางแผนการทำงาน แบ่งงานให้สมาชิกของทีม ปฏิบัติจริงตามแผน ติดตามผล และประเมินขั้นสุดท้าย
อุปสรรคการทำงานเป็นทีม1.ขาดการตกลงกันตั้งแต่เริ่มต้น
2.มีการปกปิดข้อมูลผิดพลาดที่ผ่านมา
3.ไม่ได้ใช้วิธีการประชุมหารือ
4.ขาดการวางแผนงานและเวลา
5.ไม่มีการแบ่งความรับผิดชอบ
6.ขาดการประเมินผลการทำงานของทีม

กิจกรรมที่ 3

1.)   การจัดการเรียนการสอน จัดชั้นเรียน เตรียมการสอน ในยุคศตวรรษที่ 21 กับยุคก่อนศตวรรษที่ 21 เปรียบเทียบกันแตกต่างกันอย่างไร 
  -ในในยุคศตวรรษที่ 21  การเรียนการสอนส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในโรงเรียน  มนุษย์ไม่รู้จักศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเอง การเรียนรู้จะเน้นความจำ เป็นสำคัญ  แต่ในยุคศตวรรษที่ 11  มนุษย์จะศึกษาค้นคว้าอยู่ตลอดเวลาการเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกที่  การเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต มนุษย์เรียนรู้ไม่มีขีดจำกัด    สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง

2. )  ครูผู้สอนจะต้องเตรียมตัวอย่างไรในอนาคตที่ท่านจะเป็นครูยุดต่อไปข้างหน้า ให้สรุปตามแนวคิดของนักศึกษา
       -การเตรียมตัวของครู ในอนาคตต่อไปข้างหน้า ในปี พ..2558  ประเทศไทยต้องเข้าสู้ประชาคมอาเซียน การเตรียมตัวเป็นครูในอนาคตอย่างแรกต้องมีความชำนาญในด้านภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาสากลของโลก  การเตรียมตัวในด้านอื่นๆต้องมีความพร้อมในทุกๆด้านโดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยีครูต้องก้าวพร้อมไปกับเทคโนโลยี เพื่อสามารถถ่ายทอดให้เด็กได้   และที่สำคัญต้องทันต่อเหตุการณ์บ้านเมือง